สหรัฐฯประกาศยุติปฏิบัติการทหารในอิรักสิ้นปีนี้

รัฐบาลสหรัฐฯปรับกระบวนทัพทางความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้ากำหนดการถอนทหารทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถาน ภายในสิ้นเดือน ส.ค. โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนการทางทหารอีกครั้งว่า กองทัพสหรัฐฯในประเทศอิรัก จะยุติบทบาทการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดภายในสิ้นปี 2564 แต่ยืนยันว่าจะยังคงบทบาทสนับสนุนด้านการฝึกซ้อม และให้คำแนะนำแก่กองทัพอิรักต่อไป

คำประกาศของนายไบเดนมีขึ้นหลังผู้นำสหรัฐฯเปิดทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต้อนรับการเยือนของนายมุสตาฟา อัล-คาดิมี นายกรัฐมนตรีอิรัก ซึ่งทั้งสองได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่า วันนี้ความสัมพันธ์เราสองได้เข้มแข็งมากกว่าเดิม ปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้ายจะดำเนินต่อไป แม้กระบวนการจะปรับเปลี่ยนสู่ขั้นตอนใหม่ และนายอัล-คาดิมี ยังย้ำด้วยว่า ความร่วมมือของเราจะมุ่งเน้นเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม แต่ขอยืนยันว่า อิรักไม่จำเป็นต้องมีทหารต่างชาติประจำการอยู่

สำนักข่าวบีบีซีอังกฤษ รายงานด้วยว่า ในขณะนี้มีทหารสหรัฐฯประมาณ 2,500 นาย ประจำการอยู่ในอิรัก เพื่อสนับสนุนกองทัพอิรักในการต่อสู้กับกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส มีความเป็นไปได้ที่ทหารจำนวนดังกล่าวจะยังคงอยู่ในอิรักต่อไป แต่คำประกาศยุติบทบาทสู้รบของนายไบเดน ค่อนข้างชัดเจนว่าต้องการช่วยเหลือรัฐบาลอิรัก ที่ถูกแรงกดดันทางการเมืองภายในเพิ่มมากขึ้น จากขั้วพรรคการเมืองสายโปรรัฐบาลอิหร่าน ที่ต้องการให้สหรัฐฯถอนกำลังทหารออกไปทั้งหมด นับตั้งแต่เหตุความตึงเครียดเมื่อปีก่อน กรณีกองทัพสหรัฐฯทำการลอบสังหารนายพลกาเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษอิหร่านในกรุงแบกแดด เช่นเดียวกับ การจัดชุมนุมประท้วงขับไล่กองทัพสหรัฐฯออกจากอิรัก

ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯทยอยถอนทหารจากอิรักเมื่อปี 2554 แต่ในปี 2557 ได้เสริมกำลังเข้าไปในอิรักรอบใหม่ หลังการผงาดของกองกำลังรัฐอิสลามหรือกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรีย และการประกาศยุติบทบาทการสู้รบในอิรักครั้งนี้ ถือว่านายไบเดนได้ตัดสินใจจบสงคราม 2 สมรภูมิ ที่เริ่มมาตั้งแต่ในสมัยของนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 2 ทศวรรษก่อน.